บริษัท ชัยทวีบรัช จำกัด

ผู้ผลิตและออกแบบแปรงสำหรับงานอุตสาหกรรม
OEM ตามแบบและสเปกลูกค้า

แปรงขนสังเคราะห์ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ไขความเชื่อผิดๆ ที่หลายคนเข้าใจมานาน

แปรงขนสังเคราะห์ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ไขความเชื่อผิดๆ ที่หลายคนเข้าใจมานาน

เวลาพูดถึงแปรงสักด้าม ไม่ว่าจะเป็นแปรงแต่งหน้า แปรงทาสี แปรงอุตสาหกรรมหรือแปรงระบายสีของศิลปิน หลายคนมักปักใจเชื่อว่าของที่ทำจากขนธรรมชาติย่อมดีกว่าเสมอ และมองว่าขนสังเคราะห์เป็นเพียงตัวเลือกราคาประหยัดที่คุณภาพสู้ของแท้จากธรรมชาติไม่ได้ ความเข้าใจแบบนี้ฝังรากลึกมานานจนทำให้ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยตัดตัวเลือกดี ๆ ทิ้งไป ทั้งที่ยังไม่เคยได้ลองสัมผัสด้วยตัวเองเลยด้วยซ้ำ

ความจริงแล้วโลกของวัสดุทำแปรงเปลี่ยนไปมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีการผลิตเส้นใยพัฒนาไปไกลจนขนแปรงหลายชนิดให้สัมผัสนุ่ม เกลี่ยเนียน ทนทาน และทำงานได้ดีไม่แพ้ขนสัตว์จริง ซึ่งบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานว่าขนแปรงสังเคราะห์นี้คืออะไร ไปจนถึงการค่อย ๆ แยกความจริงออกจากความเชื่อทีละข้อ เพื่อให้คุณไขความเชื่อผิด ๆ ที่เข้าใจกันมาอย่างยาวนาน

ทำความรู้จักแปรงขนสังเคราะห์แบบเข้าใจง่ายว่าคืออะไร?

ก่อนจะไปถกกันว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ลองมาตั้งต้นกันที่คำถามพื้นฐานก่อนว่า แปรงขนสังเคราะห์คืออะไรกันแน่ ถ้าพูดให้เห็นภาพง่ายที่สุดคือเส้นขนแปรงที่มนุษย์ผลิตขึ้นจากวัสดุที่ไม่ได้มาจากสัตว์หรือธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกคุณภาพสูงจำพวกไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์ ที่ผ่านการรีดขึ้นรูปเป็นเส้นเล็ก ๆ แล้วนำมามัดรวมกันเป็นหัวแปรง แทนที่จะใช้ขนแพะ ขนกระรอก ขนม้า หรือขนหมูแบบแปรงรุ่นเก่าที่ได้จากสัตว์โดยตรง

จุดเด่นสำคัญของขนแปรงสังเคราะห์คือความสามารถในการควบคุมคุณสมบัติของเส้นขนได้อย่างแม่นยำ ผู้ผลิตกำหนดความหนา ความเรียว ความนุ่ม และความยืดหยุ่นให้ออกมาตามที่ต้องการได้ จึงได้แปรงที่มีมาตรฐานสม่ำเสมอในทุกด้าม ต่างจากขนสัตว์จริงที่คุณภาพแต่ละล็อตอาจไม่เท่ากันตามธรรมชาติของวัตถุดิบ นอกจากนี้ยังปลอดปัญหาเรื่องกลิ่นสาบหรือสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ใช้บางคนเป็นกังวลอีกด้วย

ขนแปรงสังเคราะห์ทำจากวัสดุอะไรได้บ้าง

หลายคนเข้าใจว่าเส้นใยสังเคราะห์มีอยู่แบบเดียวคือพลาสติก แต่จริง ๆ แล้ววัสดุที่นำมาทำขนแปรงมีหลากหลายชนิด และในแต่ละแบบก็มีบุคลิกและความเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันไป

  • ไนลอน วัสดุยอดนิยมที่ยืดหยุ่นสูงและทนทาน คืนตัวได้ดีแม้ใช้งานหนักหรือลงน้ำหนักบ่อยครั้ง
  • PBT คงรูปทรงได้ดี ไม่ค่อยบานหรือเสียรูปง่าย จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความเป๊ะและคมของเส้น
  • Taklon เนื้อลื่นนุ่มเป็นพิเศษ ให้สัมผัสละมุน เหมาะกับงานละเอียดอ่อนที่ต้องการความประณีตสูง
  • เส้นใยผสม บางแปรงใช้การผสมเส้นใยหลายเกรดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ทั้งความนุ่มและความหนึบในด้ามเดียว
ขนสังเคราะห์ต่างจากขนธรรมชาติอย่างไร

ขนสังเคราะห์ต่างจากขนธรรมชาติอย่างไร

อีกเรื่องที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือความแตกต่างพื้นฐานระหว่างขนแปรงทั้ง 2 แบบ ขนธรรมชาติมักมีเกล็ดเล็ก ๆ บนผิวเส้นขนตามธรรมชาติ ทำให้อุ้มเนื้อผงได้ดีเป็นพิเศษ ส่วนขนสังเคราะห์มีผิวเรียบลื่นกว่า จึงเด่นเรื่องการทำงานกับเนื้อครีมหรือลิควิด และงานจำพวกอุตสาหกรรมที่ทนต่อสารเคมีได้มากกว่า ความต่างตรงนี้ไม่ได้แปลว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดีกว่าเสมอไป แต่หมายความว่าแต่ละแบบถูกออกแบบมาให้เฉิดฉายในงานคนละประเภทกัน เมื่อเข้าใจจุดนี้การเลือกใช้แปรงก็จะดูเรียบง่ายขึ้นมาก

อีกความต่างที่สังเกตได้คือเรื่องน้ำหนักและการคืนตัว ซึ่งเป็นจุดที่หลาย ๆ คนมองข้าม โดยขนสังเคราะห์มักคืนรูปได้ไวหลังลงน้ำหนัก จึงให้ความรู้สึกกระชับมือและควบคุมง่าย ขณะที่ขนธรรมชาติจะให้สัมผัสอ่อนช้อยและฟูนุ่มกว่า เมื่อรู้ว่าตัวเองชอบสัมผัสแบบไหนและต้องทำงานประเภทใด ก็จะเลือกวัสดุได้ตรงใจมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกหลายรอบ

ขนสังเคราะห์ใช้กับงานแบบไหนได้บ้าง

จริง ๆ แล้วขนแปรงแบบสังเคราะห์อยู่รอบตัวเรามากกว่าที่คิด และไม่ได้จำกัดอยู่แค่วงการใดวงการหนึ่ง

  • งานความงาม เช่น แปรงลงรองพื้น แปรงลงครีมหรือคอนซีลเลอร์ ที่ต้องการความเรียบเนียน
  • งานศิลปะ เช่น แปรงระบายสีอะคริลิกและสีน้ำ ที่ต้องการเส้นคมและการควบคุมที่ดี
  • งานทาสีและงานช่าง ที่เน้นความทนทานและล้างทำความสะอาดได้ง่าย
  • งานทำความสะอาดและงานอุตสาหกรรม ที่ต้องการวัสดุทนสารเคมีและความชื้น

จะเห็นว่าวัสดุชนิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายวงการ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความเข้าใจผิดหลายอย่างที่ติดตามมาจากภาพจำเดิม ๆ ต่อจากนี้ลองมาไล่ดูทีละข้อว่าเรื่องไหนคือความจริง และเรื่องไหนเป็นเพียงความเชื่อที่ส่งต่อกันมา

ความเชื่อที่ 1 ขนสังเคราะห์คือของถูกคุณภาพต่ำ

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด และน่าจะเป็นต้นตอของอีกหลาย ๆ ความเชื่อที่ตามมา หลายคนพอเห็นคำว่าสังเคราะห์ก็เหมารวมทันทีว่าเป็นของเกรดรอง ราคาถูก และไม่น่าไว้ใจ ความคิดนี้ส่วนหนึ่งมาจากยุคก่อนที่เส้นใยยังผลิตได้ไม่ดีนัก ขนแข็งกระด้างและระคายผิว จนกลายเป็นภาพจำที่ติดตัวมาถึงปัจจุบัน

แต่ความจริงคือคุณภาพของแปรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นขนธรรมชาติหรือขนเทียม หากแต่ขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นใยและกระบวนการผลิตมากกว่า ขนสังเคราะห์เกรดสูงอย่าง Taklon ที่ผ่านการเคลือบและขึ้นรูปมาอย่างประณีต มีราคาไม่ถูกเลย บางครั้งยังแพงกว่าขนธรรมชาติทั่วไปด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันจริง ๆ คือความละเอียดในการผลิตและวัสดุที่เลือกใช้ ไม่ใช่แค่ป้ายบอกว่าเป็นวัสดุประเภทไหน การตัดสินของชิ้นหนึ่งว่าดีหรือไม่ดีจากคำว่าสังเคราะห์เพียงคำเดียวจึงเป็นมุมมองที่แคบเกินไปมาก

ลองนึกภาพง่าย ๆ เหมือนเสื้อผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ บางตัวเป็นผ้าเทคนิคราคาสูงที่นักกีฬาระดับโลกเลือกใช้ ขณะที่บางตัวเป็นของถูกคุณภาพต่ำ ทั้งที่ถูกเรียกว่าใยสังเคราะห์เหมือนกัน แปรงก็เช่นเดียวกัน คำว่าสังเคราะห์บ่งบอกแค่ประเภทของวัสดุเท่านั้น ไม่ได้บอกคุณภาพปลายทางว่าดีหรือไม่ดี การพิจารณาที่เกรดและฝีมือการผลิตจึงเป็นตัวชี้วัดที่ตรงกว่ามาก

ความเชื่อที่ 2 ขนสังเคราะห์เก็บและปล่อยเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ไม่ดี

หลายคนกังวลว่าเส้นใยสังเคราะห์จะเกลี่ยเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ไม่เนียน หรืออุ้มน้ำหรือเนื้อไว้ได้ไม่อยู่จนทำให้เปลืองของ ความเชื่อนี้มีส่วนจริงอยู่บ้างในบางบริบท แต่ก็เป็นการเหมารวมที่ทำให้เข้าใจภาพรวมของขนแปรงสังเคราะห์ผิดไป เพราะประสิทธิภาพในการเก็บและปล่อยเนื้อขึ้นอยู่กับประเภทของงานเป็นหลัก

สำหรับเนื้อครีมหรือลิควิด ขนสังเคราะห์กลับได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะผิวเส้นใยเรียบลื่นและไม่ดูดซับผลิตภัณฑ์เข้าไปในตัวเหมือนขนธรรมชาติ เนื้อผลิตภัณฑ์จึงเกาะอยู่ที่ผิวเส้นขนและถูกปล่อยออกมาได้หมดจดกว่า ช่วยให้เกลี่ยได้เรียบเนียนและใช้ของได้คุ้มค่า ไม่สูญเสียเนื้อไปกับการซึมเข้าเส้นขน ส่วนงานบางประเภทที่ต้องอาศัยการอุ้มเนื้อผงจำนวนมาก เช่น การปัดแป้งฝุ่นหรือปัดแก้มด้วยเนื้อผงล้วน ขนธรรมชาติอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า ตรงนี้จึงไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าจะนำไปใช้กับงานแบบไหน

ความเชื่อที่ 3 ขนสังเคราะห์ไม่ทนและเสียได้เร็วกว่า

ความเชื่อนี้มักสวนทางกับความจริงอย่างสิ้นเชิง เพราะโดยธรรมชาติของวัสดุแล้ว ขนสังเคราะห์ค่อนข้างมีความทนทางสูง ไม่ว่าจะเป็นทนต่อน้ำ ความชื้น และการเสียดสีได้ดี จึงดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพดีได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด ลองเทียบข้อได้เปรียบด้านความทนทานดูจะเห็นภาพชัดขึ้น

  • ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่อ่อนได้บ่อยครั้งโดยไม่เสียทรง
  • ไม่ค่อยเกิดปัญหาขนร่วงหลุดเป็นกระจุกระหว่างใช้งาน (ถ้าไม่ได้เกิดจากการใช้งานหนักไป)
  • ไม่อมความชื้นจนขึ้นราง่ายเหมือนขนธรรมชาติบางชนิด ที่หลังใช้งานต้องทำความสะอาด และเก็บรักษาให้ถูกวิธี
  • ทนต่อสารเคมีบางประเภทได้ดีกว่า จึงเหมาะกับงานที่ต้องเจอผลิตภัณฑ์หลากหลายในงานอุตสาหกรรมและการผลิตต่าง ๆ

แน่นอนว่าไม่มีวัสดุใดอยู่ค้ำฟ้าทำได้ทุกอย่าง และทนทานเสมอไป หากใช้งานผิดวิธีหรือละเลยการดูแล ขนแปรงสังเคราะห์เองก็เสื่อมสภาพได้เหมือนกัน แต่หากล้างและผึ่งให้แห้งสนิททุกครั้ง เก็บในที่อากาศถ่ายเท ขนแปรงแบบสังเคราะห์ก็สามารถอยู่กับเราได้ยาวนานอย่างน่าพอใจ คุ้มค่ากับที่ลงทุนไป

ความเชื่อที่ 4 ขนธรรมชาติดีกว่าขนสังเคราะห์เสมอ

นี่เป็นความเชื่อที่ต้องพูดกันอย่างสมดุล เพราะมีทั้งส่วนที่จริงและส่วนที่เกินจริงไปบ้าง โดยต้องยอมรับตามตรงว่าขนธรรมชาติมีจุดเด่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัยการอุ้มเนื้อผงหรือการไล่เฉดสีที่ต้องการความฟุ้งนุ่มเป็นพิเศษ ในจุดนี้ผู้ใช้หลายคนยังชื่นชอบสัมผัสของขนสัตว์หรือขนธรรมชาติจริงอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องของรสนิยมและความคุ้นเคย

แต่การสรุปว่าดีกว่าในทุกด้านนั้นไม่ถูกต้องนัก เพราะขนสังเคราะห์เองก็มีข้อได้เปรียบหลายอย่างที่ขนธรรมชาติทำไม่ได้ ทั้งความสม่ำเสมอของเส้นขนในทุกด้าม การดูแลรักษาที่ง่ายกว่า ราคาที่คุมได้ในหลายระดับ และการไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์หรือธรรมชาติ นอกจากนี้คนที่แพ้ขนสัตว์ก็ใช้งานได้อย่างสบายใจ สุดท้ายแล้วคำว่าดีกว่าจึงควรวัดจากงานที่จะนำไปใช้และความชอบส่วนตัว ไม่ใช่ตัดสินล่วงหน้าจากประเภทของวัสดุเพียงอย่างเดียว

ความเชื่อที่ 5 ขนแปรงสังเคราะห์ทุกแบบเหมือนกันหมด

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือการมองว่าขนเทียมทุกชนิดคือของเหมือนกันหมด ซื้อแบบไหนก็ไม่ต่างกัน ทั้งที่ความจริงแล้วขนสังเคราะห์มีความหลากหลายไม่แพ้ขนธรรมชาติเลย และความต่างนี้ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการใช้งานโดยตรงเช่นกัน

เส้นใยแต่ละชนิดให้สัมผัสและพฤติกรรมต่างกันชัดเจน บางแบบแข็งและคืนตัวไว เหมาะกับงานที่ต้องออกแรงหรือลงน้ำหนัก บางแบบนุ่มลื่นและเรียวปลาย เหมาะกับงานเก็บรายละเอียดที่ต้องการความคม ความหนาแน่นของการมัดขน ความยาวของเส้น และรูปทรงหัวแปรงก็เป็นตัวแปรสำคัญเช่นกัน การเลือกขนสังเคราะห์ให้ตรงชนิดกับงานจึงสำคัญไม่แพ้การเลือกระหว่างขนเทียมกับขนจริง หากเลือกผิดประเภท ต่อให้เป็นวัสดุเกรดดีก็อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกใจได้

ความเชื่อที่ 6 ขนสังเคราะห์ไม่ได้ช่วยรักษ์โลกเพราะทำจากพลาสติก

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีทั้งมุมที่จริงและมุมที่ต้องมองให้รอบด้าน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเส้นใยสังเคราะห์ส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุปิโตรเคมี ซึ่งเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ควรตระหนักอย่างตรงไปตรงมา การใช้อย่างรู้คุณค่าและใช้ให้คุ้มอายุการใช้งานจึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดผลกระทบได้ในทางหนึ่ง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ขนสังเคราะห์ก็ตอบโจทย์เรื่องการไม่เบียดเบียนสัตว์และธรรมชาติ เพราะไม่ต้องใช้ขนที่ได้จากสัตว์จริง หรือทำลายธรรมชาติเพื่อนำมาทำขนแปรง จึงกลายเป็นตัวเลือกที่หลายคนเลือกด้วยเหตุผลด้านจริยธรรมและแนวคิดปลอดการทารุณสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาเส้นใยทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพ การมองแบบ 2 ด้านแล้วชั่งน้ำหนักตามคุณค่าที่ตัวเองให้ความสำคัญ จึงยุติธรรมกว่าการฟันธงว่าดีหรือไม่ดีไปทางใดทางหนึ่ง

แชร์เทคนิคเลือกแปรงขนสังเคราะห์อย่างไรให้เหมาะกับงาน

แชร์เทคนิคเลือกแปรงขนสังเคราะห์อย่างไรให้เหมาะกับงาน

เมื่อรู้แล้วว่าความเชื่อไหนจริงหรือไม่จริง คำถามต่อมาที่หลายคนสงสัยคือแล้วจะเลือกอย่างไรให้ได้แปรงที่คุ้มค่าและถูกใจ การเลือกขนแปรงสังเคราะห์ให้ดีไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงพิจารณาไม่กี่จุดก่อนตัดสินใจ

  1. เริ่มจากงานที่จะใช้ก่อน ว่าเน้นเนื้อครีม ลิควิด เนื้อผง หรือสารเคมีต่าง ๆ เพราะแต่ละแบบเหมาะกับเส้นใยคนละชนิด
  2. สังเกตความแน่นและการเข้ารูปของหัวแปรง หัวที่มัดแน่นและได้ทรงมักใช้งานได้ดีและทน
  3. ลองดึงเส้นขนเบา ๆ เพื่อเช็กว่าขนหลุดง่ายหรือไม่ เพราะแปรงคุณภาพดีจะไม่ค่อยมีขนหลุดติดมือแม้จะดึงเบา ๆ ก็ตาม
  4. ดมกลิ่นดูว่ามีกลิ่นพลาสติกฉุนหรือไม่ เพราะขนแปรงสังเคราะห์ที่ของเกรดดีมักไม่มีกลิ่นรบกวน
  5. เลือกให้เหมาะกับงบประมาณ โดยไม่จำเป็นต้องแพงที่สุดเสมอไป ขอแค่ตรงกับการใช้งานได้จริงของตัวเอง

ซึ่งสำหรับเคล็ดลับเล็ก ๆ หนึ่งคืออย่ายึดติดกับคำว่าถูกหรือแพงเป็นหลัก แต่ให้ดูที่ความเหมาะสมกับมือและงานของตัวเอง บางครั้งแปรงราคากลาง ๆ ที่เลือกมาถูกประเภท กลับให้ผลลัพธ์ดีกว่าแปรงราคาแพงที่ใช้ผิดงานเสียอีก

บทสรุป

สรุปแล้วไม่มีขนแปรงแบบไหนที่ดีที่สุดแบบตายตัว ทั้งขนธรรมชาติและขนสังเคราะห์ต่างมีจุดแข็งและข้อจำกัดของตัวเอง สิ่งที่สำคัญกว่าการยึดติดกับภาพจำเดิมหรือความเชื่อที่ส่งต่อกันมา คือการเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน งบประมาณ และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เมื่อเข้าใจตรงนี้แล้ว การเลือกแปรงสักด้ามก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่ากว่าเดิม โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเงินไปกับของที่ไม่ตอบโจทย์

หากยังไม่แน่ใจว่าแปรงขนสังเคราะห์แบบไหนเหมาะกับงานของคุณ สามารถทักเข้ามาพูดคุยกับทาง “ชัยทวีบรัช” โรงงานรับผลิตแปรงอุตสาหกรรมเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ หรือจะแวะอ่านบทความอื่นเกี่ยวกับการเลือกและดูแลแปรงต่อบนหน้าเว็บไซต์ของเรา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้มั่นใจยิ่งขึ้น